Total Visit:

Since 16 Jan 2019

Empowering Palm Oil – An Energy Grand Challenge for sustainable Growth

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เข้าร่วมงานสัมมนา เรื่องน้ำมันปาล์ม (Palm Oil) ภายใต้หัวข้อ “Empowering Palm Oil – An Energy Grand Challenge for Sustainable Growth” ณ สถานทูตอินโดนีเซีย ประจำสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2562

 

โดยอินโดนีเซียเป็นผู้ปลูกต้นปาล์มสำหรับการผลิตน้ำมันปาล์ม (Bio fuel) รายใหญ่ของโลกและต้นปาล์มที่ปลูกมีอายุการใช้งานหลังปลูกในช่วง 9-18 ปีแรก ซึ่งจะให้ผลผลิตน้ำมันปาล์มที่สูงสุด และผลผลิตจะลดลงจนไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อมีอายุครบ 30 ปี

 

ทั้งนี้ สำหรับสัดส่วนการผลิตน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียจะผลิตเป็นน้ำมันดิบ ร้อยละ 25 ขณะที่ ร้อยละ 75 เป็นน้ำมันที่กลั่นเพื่อการส่งออก โดยมีอินเดียเป็นประเทศผู้นำเข้าหลัก ตามด้วย EU และ จีน ขณะที่ อินโดนีเซียได้ตั้งเป้าว่าในปี 2020 จะสามารถผลิตน้ำมันปาล์มได้ 40 ล้านตัน ช่วยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติในปี 2030 (Sustainable Development Goals - SDGs) ในจำนวน 6 หัวข้อหลัก คือ 1)ขจัดความยากจน (No Poverty) 2)ลดความเหลื่อมล้ำ (Reduced Inequalities) 3)เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น (Good Health and Well-Being) 4) ขจัดความหิวโหย (Zero Hunger) 5)บรรเทาปัญหาสภาพอากาศ (Climate Action) ในส่วนของ Renewable energy และ emission reduction และ 6)เกิดงานที่เหมาะสมและส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Decent Work and Economic Growth)

 

ขณะที่ การดำเนินการในเรื่องดังกล่าว อินโดนีเซียยังเผชิญกับความท้าทายในเรื่อง

- Bio-diesel quality ตามมาตรฐานสากล

- Stakeholder support การสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

- Price Policy นโยบายรัฐในการช่วยในการสนับสนุน และ

- Trade Barrier การกีดกั้นทางการค้าจากประเทศต่างๆ

 

___________________

 

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

 

Office of Agricultural Affairs, Washington D.C.

 

Thai Agricultural Affairs - Washington DC

 

www.opsmoacdc.org

Address

Office of Agricultural Affairs, Royal Thai Embassy, Washington DC

1024 Wisconsin Ave NW, Suite 203 Washington, DC 20007, USA

Contact

Follow

T. (202) 338-1543